บรรจุภัณฑ์กระดาษกับมาตรฐาน มอก. 2948-2562

บรรจุภัณฑ์กระดาษกับมาตรฐาน มอก. 2948-2562

ถ้วยกระดาษเป็นหนึ่งในบรรจุภัณฑ์ที่ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านกาแฟ ร้านเครื่องดื่ม และธุรกิจเดลิเวอรี่เลือกใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะใช้งานสะดวก น้ำหนักเบา เหมาะกับการใส่อาหารและเครื่องดื่มแบบซื้อกลับบ้าน อีกทั้งยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ โดยเฉพาะร้านที่ต้องการให้บรรจุภัณฑ์ดูสะอาด เป็นมืออาชีพ และเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

แต่ในมุมของผู้ประกอบการ การเลือกถ้วยกระดาษไม่ควรดูเพียงแค่ราคา ขนาด หรือดีไซน์เท่านั้น สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้นคือ “ความปลอดภัยในการสัมผัสอาหาร” เพราะถ้วยกระดาษบางประเภทต้องสัมผัสกับอาหารหรือเครื่องดื่มโดยตรง เช่น กาแฟร้อน ชา น้ำหวาน ซุป ขนม หรืออาหารบรรจุขณะร้อน หากเลือกใช้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจส่งผลต่อคุณภาพสินค้า ความปลอดภัยของผู้บริโภค และความน่าเชื่อถือของธุรกิจได้

หนึ่งในมาตรฐานสำคัญที่ผู้ประกอบการควรรู้คือ มอก. 2948-2562 หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม “กระดาษสัมผัสอาหาร” ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระดาษ กระดาษแข็ง และภาชนะกระดาษที่ใช้กับอาหารโดยตรง บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า ถ้วยกระดาษเกี่ยวข้องกับมาตรฐานนี้อย่างไร ผู้ประกอบการควรเลือกซื้อแบบไหน และต้องตรวจสอบอะไรบ้างก่อนสั่งใช้งานจริง

ถ้วยกระดาษคืออะไร และทำไมจึงนิยมใช้ในธุรกิจอาหาร

ถ้วยกระดาษคือภาชนะที่ผลิตจากกระดาษหรือกระดาษแข็ง ผ่านกระบวนการขึ้นรูปให้เป็นถ้วยสำหรับใส่อาหารหรือเครื่องดื่ม โดยอาจมีการเคลือบผิวด้านในเพื่อช่วยป้องกันการรั่วซึม เพิ่มความแข็งแรง และทำให้เหมาะกับการใส่ของเหลวหรืออาหารที่มีความชื้น

ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มนิยมใช้ถ้วยกระดาษด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น

  1. ใช้งานสะดวก เหมาะกับการซื้อกลับบ้านและเดลิเวอรี่
  2. น้ำหนักเบา จัดเก็บง่าย และขนส่งสะดวก
  3. ให้ภาพลักษณ์ที่สะอาดและเป็นมืออาชีพ
  4. สามารถพิมพ์โลโก้หรือออกแบบลวดลายเพื่อสร้างแบรนด์ได้
  5. มีหลายขนาดให้เลือกตามประเภทสินค้า เช่น ถ้วยกาแฟ ถ้วยชิม ถ้วยซุป ถ้วยขนม หรือถ้วยเครื่องดื่ม

อย่างไรก็ตาม ถ้วยกระดาษที่ใช้กับอาหารไม่ใช่เพียง “กระดาษขึ้นรูปเป็นถ้วย” เท่านั้น แต่ต้องพิจารณาว่าวัสดุสามารถสัมผัสอาหารได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ เหมาะกับอาหารประเภทใด ใช้กับอาหารร้อนหรือเย็นได้แค่ไหน และมีข้อมูลหรือมาตรฐานรองรับชัดเจนหรือไม่

มอก. 2948-2562 คืออะไร (วันที่มีผลบังคับใช้ 22 มิ.ย. 2569)

มอก. 2948-2562 คือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับ “กระดาษสัมผัสอาหาร” โดยกำหนดคุณลักษณะด้านความปลอดภัยของกระดาษ กระดาษแข็ง และภาชนะกระดาษที่ไม่ใส่สีในเนื้อกระดาษ สำหรับใช้กับอาหารทั่วไปและอาหารบรรจุขณะร้อน หรือ Hot-fill

มาตรฐานนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของวัสดุที่มีโอกาสสัมผัสอาหาร ทั้งในกรณีที่สัมผัสอาหารโดยตรง และกรณีที่ไม่ได้สัมผัสโดยตรงแต่มีโอกาสเกิดการย้ายที่ของสารเคมีจากบรรจุภัณฑ์ไปสู่อาหาร หรือที่เรียกว่า Migration

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มกระดาษสัมผัสอาหาร ได้แก่

  1. ถ้วยกระดาษ
  2. แก้วกระดาษ
  3. กล่องกระดาษใส่อาหาร
  4. ถาดกระดาษ
  5. ชามกระดาษ
  6. ถุงกระดาษใส่อาหาร
  7. กระดาษหรือกระดาษแข็งที่นำไปแปรรูปเป็นภาชนะอาหาร

สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่ม ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะถ้วยกระดาษเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสกับสินค้าโดยตรง หากสินค้าไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน อาจทำให้เกิดความเสี่ยงทั้งต่อผู้บริโภคและต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์

บรรจุภัณฑ์กระดาษแบบไหนที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

บรรจุภัณฑ์กระดาษที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือถ้วยหรือชามกระดาษที่ใช้สำหรับใส่อาหารโดยตรง โดยเฉพาะอาหารที่มีความร้อน ความชื้น น้ำมัน หรือมีโอกาสสัมผัสกับผิวภาชนะเป็นเวลานาน เพราะลักษณะอาหารเหล่านี้อาจส่งผลต่อความแข็งแรงของภาชนะ การรั่วซึม และความเหมาะสมด้านความปลอดภัยในการสัมผัสอาหาร

ตัวอย่างถ้วยกระดาษใส่อาหารที่ควรตรวจสอบก่อนเลือกใช้ ได้แก่

  1. ถ้วยกระดาษใส่ซุป โจ๊ก ข้าวต้ม หรืออาหารเหลวร้อน
  2. ถ้วยกระดาษใส่อาหารบรรจุขณะร้อน เช่น อาหารพร้อมทาน อาหารเดลิเวอรี่ หรือเมนู Takeaway
  3. ถ้วยกระดาษใส่อาหารที่มีน้ำมัน เช่น ของทอด เมนูผัด หรืออาหารที่มีซอส
  4. ถ้วยกระดาษใส่อาหารที่มีความชื้นสูง เช่น ยำ สลัด อาหารคลุกน้ำซอส หรือของหวานที่มีน้ำเชื่อม
  5. ถ้วยกระดาษใส่ขนม ของหวาน ไอศกรีม หรืออาหารพร้อมรับประทาน
  6. ถ้วยกระดาษที่ใช้ในร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม งานจัดเลี้ยง โรงอาหาร หรือธุรกิจเดลิเวอรี่

นอกจากถ้วยกระดาษสำหรับใส่อาหารแล้ว กลุ่มแก้วกระดาษสำหรับเครื่องดื่ม เช่น แก้วกระดาษใส่กาแฟร้อน ชา โกโก้ หรือนมร้อน ก็ควรตรวจสอบเช่นกัน โดยเฉพาะกรณีที่ใช้กับเครื่องดื่มร้อนหรือเครื่องดื่มที่มีไขมัน เช่น นม โกโก้ หรือกาแฟผสมนม เพราะภาชนะต้องทนต่ออุณหภูมิและการสัมผัสของเหลวได้อย่างเหมาะสม

สินค้ากลุ่มนี้ควรมีข้อมูลการใช้งานที่ชัดเจน เช่น ใช้กับอาหารประเภทใดได้บ้าง เหมาะกับอาหารร้อนหรือเย็น ใช้กับอาหารมัน อาหารกรด หรือของเหลวร้อนได้หรือไม่ และมีข้อจำกัดในการใช้งานอย่างไร เช่น ห้ามนำเข้าไมโครเวฟ ห้ามใช้ซ้ำ หรือไม่เหมาะกับอาหารบางประเภท

อีกประเด็นที่ผู้ประกอบการควรระวังคือ ถ้วยกระดาษหรือภาชนะกระดาษนำเข้าที่มีการสวมแบรนด์หรือจำหน่ายในราคาถูกผิดปกติ แต่ไม่มีข้อมูลมาตรฐาน เอกสารรับรอง หรือแหล่งที่มาที่ตรวจสอบได้ชัดเจน สินค้าลักษณะนี้อาจดูคุ้มค่าในระยะสั้น แต่มีความเสี่ยงด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของธุรกิจ หากเกิดปัญหาภายหลัง เช่น ภาชนะรั่วซึม เสียรูป มีกลิ่นผิดปกติ หรือไม่สามารถชี้แจงข้อมูลกับลูกค้าองค์กรได้

ดังนั้น ผู้ประกอบการควรเลือกถ้วยกระดาษจากผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายที่ให้ข้อมูลสินค้าได้อย่างโปร่งใส มีรายละเอียดการใช้งานชัดเจน และสามารถให้เอกสารหรือข้อมูลประกอบได้ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะธุรกิจที่จำหน่ายอาหารให้ลูกค้าองค์กร โรงแรม ร้านอาหารเชน หรือกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานบรรจุภัณฑ์อาหาร

สิ่งที่ผู้ประกอบการควรตรวจสอบก่อนสั่งซื้อถ้วยกระดาษ

ก่อนสั่งซื้อถ้วยกระดาษ ผู้ประกอบการไม่ควรเลือกจากราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบรายละเอียดเหล่านี้ร่วมด้วย

1. ถ้วยกระดาษใช้สัมผัสอาหารได้หรือไม่

ควรสอบถามผู้ขายว่าสินค้ารุ่นนั้นออกแบบมาสำหรับใช้สัมผัสอาหารหรือเครื่องดื่มโดยตรงหรือไม่ โดยเฉพาะถ้วยที่ใช้ใส่เครื่องดื่มร้อนหรืออาหารร้อน เพราะการใช้งานผิดประเภทอาจทำให้ถ้วยเสียรูป รั่วซึม หรือไม่เหมาะกับอาหารบางชนิด

2. เหมาะกับอาหารร้อนหรือเย็น

ถ้วยกระดาษแต่ละแบบอาจเหมาะกับการใช้งานไม่เหมือนกัน ถ้วยบางรุ่นออกแบบมาสำหรับเครื่องดื่มร้อน บางรุ่นเหมาะกับอาหารทั่วไป และบางรุ่นอาจไม่เหมาะกับการนำไปอุ่นหรือปรุงอาหาร ดังนั้นควรตรวจสอบอุณหภูมิและลักษณะการใช้งานที่ผู้ผลิตแนะนำทุกครั้ง

3. มีข้อมูลเรื่อง Food Grade หรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องหรือไม่

คำว่า Food Grade หมายถึงวัสดุที่เหมาะสำหรับการใช้งานกับอาหาร แต่ในเชิงธุรกิจ ผู้ประกอบการควรขอข้อมูลประกอบจากผู้ขายเพิ่มเติม เช่น เอกสารรับรองสินค้า รายละเอียดวัสดุ หรือข้อมูลมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยยืนยันความเหมาะสมของสินค้าในการใช้งานจริง

4. มีฉลากหรือข้อมูลสินค้าเพียงพอหรือไม่

ถ้วยกระดาษที่ดีควรมีข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่อสินค้า ขนาด ปริมาณบรรจุ คำแนะนำการใช้งาน ข้อควรระวัง และข้อมูลผู้ผลิตหรือแหล่งที่มา เพื่อให้ผู้ประกอบการตรวจสอบย้อนกลับได้ง่ายหากเกิดปัญหา

5. ผู้ขายให้คำแนะนำได้ชัดเจนหรือไม่

ซัพพลายเออร์ที่ดีไม่ควรขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ควรให้คำแนะนำได้ว่า ถ้วยแต่ละรุ่นเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ใช้กับอาหารประเภทใดได้บ้าง และมีข้อจำกัดอะไรที่ผู้ประกอบการควรรู้ก่อนนำไปใช้จริง

ผู้ประกอบการควรเตรียมตัวอย่างไรกับมาตรฐานกระดาษสัมผัสอาหาร

เมื่อมาตรฐานด้านบรรจุภัณฑ์อาหารมีความสำคัญมากขึ้น ผู้ประกอบการควรเริ่มวางระบบการเลือกซื้อถ้วยกระดาษและบรรจุภัณฑ์ให้รัดกุมกว่าเดิม โดยเฉพาะร้านอาหาร คาเฟ่ โรงงานอาหาร แบรนด์เดลิเวอรี่ และธุรกิจที่ขายสินค้าให้ลูกค้าองค์กร

แนวทางที่ควรทำ ได้แก่

  1. ตรวจสอบว่าสินค้าที่ใช้อยู่เป็นถ้วยกระดาษสำหรับสัมผัสอาหารหรือไม่
  2. ขอข้อมูลสินค้าและเอกสารที่เกี่ยวข้องจากซัพพลายเออร์
  3. แยกประเภทถ้วยตามการใช้งาน เช่น ร้อน เย็น อาหารมัน อาหารกรด หรือขนม
  4. หลีกเลี่ยงการใช้ถ้วยผิดประเภท เช่น ใช้ถ้วยทั่วไปกับอาหารร้อนจัด หรือนำเข้าไมโครเวฟโดยไม่มีข้อมูลรองรับ
  5. เลือกซื้อจากผู้ขายที่ให้ข้อมูลชัดเจนและตรวจสอบย้อนกลับได้
  6. อัปเดตความรู้เรื่องมาตรฐานบรรจุภัณฑ์อาหารอย่างต่อเนื่อง

การเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้ธุรกิจลดความเสี่ยง เพิ่มความน่าเชื่อถือ และสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้มากขึ้น

สรุป

ถ้วยกระดาษเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มยุคปัจจุบัน เพราะช่วยให้การขายแบบซื้อกลับบ้านและเดลิเวอรี่สะดวกขึ้น อีกทั้งยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ดี แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการสัมผัสอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับกระดาษสัมผัสอาหาร เช่น มอก. 2948-2562

การเลือกถ้วยกระดาษที่ดีจึงควรพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งวัสดุ ความเหมาะสมกับอาหารหรือเครื่องดื่ม อุณหภูมิการใช้งาน ข้อมูลสินค้า มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และความน่าเชื่อถือของซัพพลายเออร์

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการใช้ถ้วยกระดาษในระยะยาว การเลือกสินค้าที่มีคุณภาพและตรวจสอบข้อมูลได้ชัดเจน ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงในการใช้งาน แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า และทำให้ธุรกิจดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นในสายตาผู้บริโภค

แหล่งอ้างอิง

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 2948-2562 กระดาษสัมผัสอาหาร

Link : ฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน